ภูมิปัญญาไทยด้านที่อยู่อาศัย
      

 

 
  
 บ้าน คือ ที่อยู่อาศัย ซึ่งนับเป็นความจำเป็นต่อการดำเนินชีวิต การสร้างที่อยู่อาศัยของไทย มีรูปแบบที่
หลากหลายตามสภาพแวดล้อมในแต่ละท้องถิ่น การสร้างบ้านจะสะท้อนให้เห็นถึงชีวิตของคนในท้องถิ่น
สภาพสังคม เศรษฐกิจ คติความเชื่อของผู้สร้าง แม้ว่าที่อยู่อาศัยของคนไทยทั้ง 4 ภาค จะไม่เหมือนกัน
ตัวอย่างเช่น ที่อยู่อาศัยของคนภาคกลาง ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านยกพื้นสูงใต้ถุนโล่ง มีหน้าต่าง และช่องลม
จำนวนมากเพื่อรับลม คลายความร้อน ส่วนหลังคาเป็นรูปจั่ว เพื่อปกป้องความร้อนจากดวงอาทิตย์ และให้ฝนไหลลงสู่พื้นได้รวดเร็วขึ้น และเก็บน้ำฝนไว้ใช้ดื่มกิน
       ความแตกต่างของบ้านสี่ภาค แตกต่างและมีลักษณะดังนี้
      
  
 
1. บ้านเรือนไทยภาคกลาง    
 
 
แบ่งเป็น 2 ลักษณะคือ
            
- เรือนเครื่องผูก เป็นเรือนที่ใช้วัสดุก่อสร้างจากธรรมชาติ เช่นไม้ไผ่ จาก หญ้าคา ยึดโครงด้วยตอก หรือเส้นหวาย ซึ่งมีอายุใช้งานไม่มากนัก
           
 - เรือนเครื่องสับ สร้างด้วยวัสดุไม้เนื้อแข็งยึดโครงด้วยการเข้าเดินอยู่ บางส่วน บางส่วนอาจยึดด้วยโลหะ ลักษณะโครงสร้างและสิ่งแวดล้อมของการปลูกเรือนไทยภาคกลาง
           
1. มักเป็นชุมชนที่อยู่ริมน้ำและที่ราบ บ้านมีลักษณะใต้ถุนสูงเพื่อป้องกันน้ำท่วม
           
2. หลังคาจั่วสูง ชายคายื่นยาว เพื่อบรรเทาอากาศร้อน ทำให้เย็นสบาย
 
3. วัสดุที่ใช้มุงหลังคา ใช้หญ้าคา จาก ไม้ กระเบื้องดินเผา เพื่อกันความร้อน
 
4. ลักษณะบ้านอยู่ในบริเวณเดียวกัน เป็นครอบครัวใหญ่
 
 
 
 
2.บ้านเรือนไทยภาคเหนือ
 
 
 
 
 
1. เพราะอากาศหนาวเย็น การปลูกเรือน จะวางตัวเรือนขวางตะวัน หันด้านกว้างที่เป็นจั่วในแนวเหนือ-ใต้เพื่อให้บ้านได้รับแสงแดดเพื่อความอบอุ่น
2. ความเชื่อผีบรรพบุรุษ จึงมีการแบ่งพื้นที่เรือนส่วนใน (ห้องนอน) ตั้งหิ้งบูชาผีปู่ย่าและห้ามไม่ให้บุคคลภายนอกเข้า
3. คนภายนอกเข้าออกได้เฉพาะส่วนนอกได้เฉพาะส่วนนอก เช่น   ชานครัว เพราะถ้าละเมิดถือว่าเป็นการผิดผี
 
 
 
 
3.บ้านเรือนไทยภาคอีสาน
 
 
1. ทำเลที่ตั้งของบ้านที่แตกต่างกัน เช่น ที่ราบลุ่ม ที่ดอน ไกล้ป่าละเมาะหรือบางแห่งใกล้แหล่งน้ำบางพื้นที่แห้งแล้ง การปลูกเรือนจึงมีหลายตามพื้นที่ที่สร้างบ้านและประโยชน์การใช้สอย
2. ความเชื่อ เช่น ห้ามถมหรือปลูกเรือนทับบ่อน้ำที่ขุดไว้เช่นใช้ร่วมกันห้ามปลูกเรือนทับตอไม้หรือปลูกเรือนคร่อมจอมปลวก ทับหนองน้ำเพราะจะนำความล่มจมมาสู่เจ้าของเรือน
 
 
 
 
4.บ้านเรือนไทยภาคใต้
 
 
อ้างอิงทุกภาพจาก google.com
 
 
 
 
1. ภาคใต้ลักษณะอากาศมีฝนตกชุก มีลมและลมแรงตลอดปี บ้านเรื้องจึงมักมีหลังคา เตี้ยลาดชันเป็นการลดการประทะของแรงลม เมื่อฝนตกจะทำให้น้ำไหลได้เร็วขึ้นจะทำให้หลังคาแห้งไวด้วย
 
2.ฝาเรือนเป็นไม้กระดานตีเกล็ดในแนวนอน เพื่อลดแรงต้านของลม
 
3.เป็นเรือนใต้ถุนสูงเสาบ้านไม่ฝังลงดินเพราะดินทรุดง่ายจึงใช้วิธีหล่อซีเมนต์ เป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาดโตกว่าเสาปกติความสูประมาณ 3 ฟุตเพื่อวางเสาเรียกว่า"ตีนเสา"นอกจากนี้ยังป้องกันปลวกและเชื้อราด้วย
 
4. ลักษณะพิเศษ เรือนภาคใต้สามารถเคลื่อนย้ายไปปลูกในพื้นที่อื่น ๆได้โดย ไม่ต้องรื้อ หรือถอดส่วนประกอบของเรือนอก
 
 

ภูมิปัญญาไทยด้านสุขอนามัย 
        

ประวัติการแพทย์แผนไทย พอสรุปเป็นลำดับได้ดังนี้
            - สมัยอยุธยา การแพทย์แผนไทยเริ่มในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยมีการรวบรวมตำรับยาขึ้นเป็นครั้งแรก  
 
- สมัยรัตนโกสินทร์ เริ่มตั้งแต่รัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงให้มี
การรวบรวมและ จารึกตำรายา ตำราการนวดตามศาลาราย มีรูปฤาษีดัดตนในบริเวณวัด
          พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย มีพระบรมราชโองการให้ผู้มีความรู้เรื่องสรรพคุณยา และผู้ชำนาญการรักษาโรค และผู้มีตำรายาเข้ามาถวาย โดยให้หมอหลวงพิจารณาคัดเลือก
          พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้มีการจัดตั้งโรงเรียนแพทย์แผนโบราณแห่งแรก คือโรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดโพธิ์

 

 
         แนวทางการปฏิบัติ ภูมิปัญญา ภูมิปัญญาด้านสุขอนามัย มีอยู่ 3 แนวทาง คือ 
        

1. ภูมิปัญญาด้านเภสัช
         
2. ภูมิปัญญาด้านเวชกรรมไทย
        
3. ภูมิปัญญาด้านการนวดแผนโบราณ



ภูมิปัญญาไทยเกี่ยวกับความคิดและความเชื่อ
         

 
สังคมไทยมีความเชื่อในเรื่องของกฎแห่งกรรม จากหลักคำสอนทางศาสนาเชื่อหลักการเวียนว่ายตายเกิด อิทธิของดวงดาว จักรราศรี แม้ว่าในสังคมยุคใหม่จะเชื่อในเรื่องวิทยาศาสตร์มากขึ้น แต่ความเชื่อเก่า ๆ
ก็ยังมีอิทธิพลของอยู่ ซึ่งสังคมไทยมีความเชื่ออยู่ 3 เรื่อง คือ

 


1. ความคิด ความเชื่อเกี่ยวกับวันเกิด 
 

 คนไทยมีความเชื่อ วัน เดือน ปีเกิด เวลาตกฝาก มีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของคน ดังนี้
  คนเกิดวันอาทิตย์ มีอริยามธาตุราชสีห์ คือ มีความเป็นใหญ่ เข้มแข็ง รักความเป็นอิสระ รักเกียรติยศศักดิ์ศรี
  คนเกิดวันจันทร์ ได้รับอธิพลจากดวงจันทร์ มีลักษณะนิ่มนวล อ่อนหวาน ใจเย็น มีเสน่ห์ อารมณ์อ่อนไหว
  คนเกิดวันอังคาร มีความกล้าหาญ เข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว ชอบต่อสู้
  คนเกิดวันพุธ เชื่องช้า ความจำดี อยู่ในโอวาท สุภาพ ช่างคิด
  คนเกิดวันพฤหัสบดี ชอบศึกษาหาความรู้ เฉลียวฉลาด มีเมตตา โอบอ้อมอารี
  คนเกิดวันศุกร์ เป็นคนรักสงบ รักหมู่คณะ ชอบความรื่นเริง ความสวยงาม รักศิลปะ
  คนเกิดวันเสาร์ เป็นคนอดทน รักสันโดษ ช่างสังเกต ระมัดระวัง เป็นต้น
         
2. ความคิดเชื่อเรื่องการตั้งชื่อ 
           
 
โดยทั่วไปมักนำวัน เดือน ปี เวลาตกฟากไปผูกดวงชะตาและตั้งชื่อ และนำไปให้พระภิกษุที่มีความรู้ตั้งชื่อให้ เพราะเชื่อว่าชื่อมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิต ชื่อที่ดีไม่มีลักษณะกาลกิณี จะทำให้มีชีวิตที่ดีตรงกันข้าม ถ้าชื่อไม่เป็นมงคลกับวันเดือนปีเกิด จะทำให้ชีวิตมีอุปสรรค หรือพบกับความอัปมงคล

       
3.  ความเชื่อเรื่องต้นไม้มงคล
             
 
 
ประเทศไทยมีต้นไม้หลายชนิดที่มีชื่อและความหมายเป็นมงคล คนไทยส่วนใหญ่จึงมีความเชื่อว่า         
ถ้านำมาปลูกไว้ในบริเวณบ้านจะเกิดความเป็นสิริมงคล ตัวอย่างเช่น
            
ต้นขนุน หมายถึง หนุนให้ดีขึ้น สนับสนุนให้เจริญก้าวหน้า
           
ต้นทองหลาง หมายถึง การมีเงินทอง มีความร่ำรวย
            
ต้นไผ่สีสุก หมายถึง ความสุขความเจริญ ปราศจากความทุกข์
           
ต้นสัก หมายถึง ความมีเกียรติ มียศถาบรรดาศักดิ์
            
ต้นราชพฤกษ์ หมายถึง ความยิ่งใหญ่ การมีอำนาจวาสนา
 
 
 

edit @ 21 Jan 2012 18:41:05 by GLPTP

edit @ 21 Jan 2012 18:59:32 by GLPTP

Comment

Comment:

Tweet

ไม่ได้เป้นสิ่งที่หนูตามหาแต่ website เจ๋งlaughing

#18 By Jasmine (ไทย) (223.207.149.99) on 2016-02-25 20:17

double wink

#17 By (171.7.249.24|171.7.249.24) on 2015-09-06 15:14


#16 By (101.109.203.69|101.109.203.69) on 2015-06-24 17:47

big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile

#15 By (1.10.218.41|1.10.218.41) on 2015-03-14 19:05

tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue

#14 By (27.55.97.92|27.55.97.92) on 2015-02-10 20:28

ไม่ได้เรื่องงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงembarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed

#13 By (27.55.97.92|27.55.97.92) on 2015-02-10 20:28

ไม่เชื่ออย่าลบลู่

#12 By (1.46.78.188|1.46.78.188) on 2015-02-06 19:05

ไม่เชื่ออย่าลบลู่

#11 By (1.46.78.188|1.46.78.188) on 2015-02-06 19:04

ไม่เห็นมีเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

#10 By เเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเมววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว (171.96.183.248|171.96.183.248) on 2015-01-30 18:20

ไม่เห็นมีเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

#9 By เเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเเมววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว (171.96.183.248|171.96.183.248) on 2015-01-30 18:20

question double wink

#8 By (182.52.33.249|182.52.33.249) on 2015-01-10 14:06

confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile

#7 By (1.46.70.95|1.46.70.95) on 2014-12-23 16:21

[e3เแดัสีคเึเึจเุยีะคจ

#6 By (171.96.176.31|171.96.176.31) on 2014-11-21 18:50

#5 By (171.96.176.31|171.96.176.31) on 2014-11-21 18:49

#4 By (200.5.65.90|148.251.92.48, 200.5.65.90) on 2014-09-03 05:31

#3 By (1.47.41.219|1.47.41.219) on 2014-08-26 19:13

รักมากมายbig smile

#2 By คมสัน (103.7.57.18|180.180.206.166) on 2012-12-11 13:37

เป็นความคิด55555555555big smile big smile big smile

#1 By ปฏิญญารัตน์ (103.7.57.18|110.49.249.88) on 2012-09-22 06:34